2008/May/11


ตั้งแต่มีเจ้าตัวเล็ก ช่วงเวลาที่เราจะได้นอนงีบพักผ่อนในตอนกลางคืนในหลักชั่วโมงบ้าง ก็เมื่อผู้ชายคนเดิมสลับสับเปลี่ยนมาทำหน้าที่ดูแลแทน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนผ้าอ้อม การเช็ดก้น การป้อนนมที่ปั๊มแช่ตู้เย็นไว้ การทำให้เรอ การกล่อมนอน จึงล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนเดิมมีความถนัดไม่แพ้เรา ...ที่เขาบอกว่าลูกจะคุ้นมือแม่มากกว่าพ่อ แต่สำหรับเจ้าตัวเล็กแล้ว เขาคงเป็นเด็กที่คุ้นกับอ้อมกอดของพ่อพอๆ กับอ้อมกอดของแม่

เวลาเห็นผู้ชายคนเดิมอุ้มลูก พูดคุยอะไรๆ กับลูก เกือบทุกครั้ง ก็อดจะยิ้มตามไปด้วยไม่ได้  เพราะกับผู้ชายที่ไม่ได้ช่างพูด กับผู้ชายที่ไม่ได้ขยันคิดเรื่องคุย แต่ ณ วันนี้ ตัวเขากลับเปลี่ยนแปลงเพราะเด็กคนหนึ่ง เด็กคนที่มีความหมาย 'ระหว่างเรา'  --ในวันที่ผู้ชายคนเดิมเป็นมากกว่าผู้ชายคนเดิม ก็คือเช้าที่เขานั่งอุ้มลูกอยู่ที่เตียงข้างหน้าต่าง ในขณะที่อีกเตียงข้างกันนั้น คือเราที่ยังนอนเจ็บแผลผ่าตัด ภาพนั้นเป็นภาพที่ทำให้ตื้อๆ ชีวิตเป็นเรื่องเจ็บปวด เป็นเรื่องความสุข คนบางคนก็ทำให้เราไม่อยากจะใช้ชีวิตคนเดียว  

นับจากวันที่เจ็บท้องคลอด รวมกับวันที่ต้องนอนพักอยู่ที่โรงพยาบาลอีกห้าวันห้าคืน นั่นคือระยะที่เราปราศจากการเสริมเติมแต่ง ใส่ชุดโรงพยาบาล โนบรา ต่อสายปัสสาวะ กลิ่นน้ำคาวปลาคละคลุ้ง ไม่ได้อาบน้ำ มีคนมาเช็ดตัวให้ถึงเตียง หัวเตียงมีป้ายงดข้าวงดน้ำ ข้อมือซ้ายติดเข็มน้ำเกลือ เราว่าเราโทรมที่สุดในชีวิต การคลอดลูกทำให้ผู้หญิงดูไม่ได้ที่สุดในชีวิต แต่ผู้ชายคนเดิมคนหนึ่งก็อยู่กับเราตลอด และยังมองมาด้วยสายตาแห่งความรักที่ไม่เคยลดน้อย  เพราะเมื่อมองย้อนกลับไปในวันเสาร์ที่ 26 เมษา หลังจากที่เราพยายามเบ่งคลอดเจ้าตัวเล็ก ตอนปากมดลูกเปิดถึงสิบเซนติเมตร (10 เซนฯ ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง) คนที่มองเห็นหัวลูกตรงปากช่องคลอดเรา นอกจากหมอและพยาบาลแล้ว ก็คือผู้ชายคนเดิม นั่นมันไม่ใช่ภาพที่น่าดู และคงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจะดู ถ้าผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่ภรรยา และถ้าเด็กที่อยู่ตรงนั้นไม่ใช่ลูกของตัวเอง

สำหรับเรา ...เลือดที่เปรอะเปื้อนเตียง ความเจ็บปวดที่ยากจะบรรยาย เสียงรถเข็นเข้าห้องคลอด การเซ็นชื่อด้วยมือที่สั่นไหวเพื่อยินยอมให้ทำการผ่าตัดหลังจากที่หมอบอกว่าไม่สามารถคลอดเองได้ ภาพผู้ชายคนเดิมที่ถูกกันออกไปจากห้อง การนอนคุดคู้ตัวอยู่ท่ามกลางหมอ พยาบาล และนักศึกษาแพทย์อีกราวๆ สิบห้าคน ร่างกายที่ชาราวกับไม่ได้มีตัวตนของเราอยู่ตรงนั้น เราผ่านเรื่องราวเหล่านี้มาได้อย่างมีความทรงจำที่ดี เพราะความเชื่อมั่นที่ว่า...เราไม่ได้เผชิญทุกสิ่งอย่างตามลำพัง 

สำหรับผู้ชายคนเดิม ผู้ชายที่เป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นคนรัก และเป็นพ่อของลูก
มันจึงมากกว่าคำ "ขอบคุณ"
และลึกซึ้งมากกว่า "รัก"

"ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลมา เราแทบไม่ได้เอาใจใส่พี่ต้อม
เราแทบไมได้คุยถึงเรื่องส่วนตัวกัน
แต่ไม่ใช่ว่าเรามองไม่เห็นในทุกสิ่งที่พี่ต้อมทำเพื่อเราและลูก
เราดีใจ...ที่ได้แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกันจนมีวันแบบวันนี้
ดีใจ...และจะไม่มีวันเสียใจ"









*this morning

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
big smile
#1  by   (58.8.232.209) At 2008-05-11 11:50, 
โอ้ว คุณพ่อ cry
#2  by  หวานน้อย (58.9.143.57) At 2008-05-11 12:51, 
ว้าวววว confused smile
.
.

สำหรับเจ้าตัวเล็กแล้ว
เขาคงเป็นเด็กที่คุ้นกับอ้อมกอดของพ่อ
พอๆ กับอ้อมกอดของแม่

.
.
เป็นเด็กที่โชคดีจังเลยนะคะ
#3  by  ”• dhy ”• At 2008-05-11 14:54, 
จะเสียใจได้ยังไง น่ารักทั้งลูกทั้งพ่อแบบนี้แน่ะ
#4  by  ไอ้นัน (58.9.15.166) At 2008-05-11 15:36, 
จะคุยกันได้ไงล่ะ พ่อก็หลับซะอย่างงั้น sad smile
เพิ่งจะหลับทั้งคุณพ่อ กะ คุณลูกรึเปล่านี่...embarrassed
#6  by  สะตอรี่งี่เง่า At 2008-05-11 21:57, 
ความรัก...
ทำให้คนเปลี่ยนไปได้นะค่ะ

หลับปุ๋ยเลย..
confused smile
#7  by  สายธาร (203.151.44.220) At 2008-05-11 23:14, 
มาดคุณพ่อสุด ๆ ไปเลย big smile
#8  by  ตุ๊กตา (58.147.51.172) At 2008-05-12 08:16, 

<< Home