2008/Aug/23

23 สิงหาคม 2551
บ่ายวันเสาร์

ตอนที่ไปทริปสัมมนาที่เขาค้อกับคณะประติมากรรม ลุงประจักษ์ (เผลอ) พูดออกมาว่าหน้าของน้องนนท์น่าปั้น (ลุงประจักษ์ไปอิตาลีตอนที่แม่เริ่มตั้งท้องพอดี และก็กลับมาตอนที่น้องนนท์อายุสามเดือน) จากนั้นพอคุยกันไปคุยกันมา ก็เลยได้นัดวันว่าจะพาน้องนนท์ไปเป็นนายแบบที่ห้องปั้นในช่วงเช้าของวันศุกร์ แล้วช่วงบ่ายของวันเดียวกัน น้องนนท์ก็ต้องไปฉีดวัคซีนอายุครบ 4 เดือน 

นอกจากจะคุยกันถึงชีวิตความเป็นอยู่ของลุงประจักษ์ที่ฟลอเรนซ์แล้ว แม่ก็ยังทำตัวเป็นนักสัมภาษณ์ว่ามีโอกาสปั้น Portriat เด็กบ่อยไหม ระหว่างดินเหนียวกับดินน้ำมัน อันไหนปั้นยากกว่า โดยระหว่างนี้แม่ก็ต้องเล่นกับน้องนนท์ไปด้วย เพื่อที่จะจูงใจนายแบบไม่ให้ร้องไห้โวยวาย

การปั้นครั้งนี้ ลุงประจักษ์เลือกใช้ดินเหนียวแทนดินน้ำมัน เพราะจะได้เสร็จเร็ว (แต่ถ้าปั้นดินน้ำมัน จะสามารถกลับมาตกแต่งได้เรื่อยๆ) และก็เร็วจริงๆ ด้วย เพราะเพียงหนึ่งชั่วโมงครึ่งเท่านั้น เราก็ได้รูปหนุ่มหล่อหน้ามนวัยเกือบสี่เดือน ข้อจำกัดที่มีระหว่างการปั้นคือเรานั่งอยู่ในห้องแอร์กัน ดินจึงแข็งเร็วกว่าการปั้นในอุณหภูมิปกติ แต่เท่าที่แม่นั่งดู ข้อจำกัดที่ว่าแทบจะไม่ได้เป็นเรื่องกดดันเลย ทุกอิริยาบทปลายนิ้วของลุงประจักษ์ที่มีต่อก้อนดิน ล้วนพลิ้วไหวเป็นไปอย่างธรรมชาติเหมือนการเล่นดนตรียังไงยังงั้น แม่มีความสุขและได้รับแรงกระเพื่อมของแรงบันดาลใจเสมอที่ได้อยู่ในฐานะ "ผู้ดู" คนที่เขาใส่จิตใส่ใจกับสิ่งที่ทำ ช่างน่าแปลกที่คนบางคนก็เหมือนเกิดมาเพื่อทำในสิ่งนั้นสิ่งนี้โดยเฉพาะ และสิ่งที่แม่นั่งนึกคนเดียวอย่างยิ้มๆ ...การคัดคนเข้าเรียนศิลปะนี่ เขาคัดที่ "มือ" หรือเปล่า คือถ้ามือไม่เรียวสวย ก็เชิญไปเรียนคณะอื่น --มืออาจารย์ประจักษ์สวยจริงๆ

เขียนมาจนถึงบรรทัดนี้ แม่คงต้องเอ่ยถึงพ่อบ้าง เดี๋ยวพ่อจะน้อยใจขึ้นมาอีกว่าแม่เขียนแต่ชื่อของผู้ชายคนอื่น เวลาที่แม่นั่งมองพ่อวาดรูป แม่ก็ทึ่งอยู่เสมอนะว่าเธอทำไปได้ยังไง เส้นโน้นตัดเส้นนี้ เกิดมาเป็นรูปนั้น หรืออย่างครั้งที่พ่อเขียนแผนที่บ้านให้กับร้านเฟอร์นิเจอร์ เพื่อให้เขาเอาโซฟามาส่ง แผนที่แผ่นเล็กที่เกิดจากรอยลากเส้นดินสอเหล่านั้น แม่ก็ยังชื่นชมว่ามันสวย และมือพ่อก็สวยด้วย แถมไม่ว่าจะเมื่อไหร่ที่จับมือกัน แม่ก็ยังรู้สึกถึงความอุ่น

น้องนนท์ครับ แม่ภูมิใจที่ได้มีลูก ใบหน้าเล็กๆ ของหนูเมื่ออายุสามเดือนกับอีกยี่สิสิบหกวัน ถูกหยุดเวลาเอาไว้ที่รูปปั้นดินเหนียว แน่ล่ะว่ามันไม่มีทางโด่งดังเท่ากับเดวิด ของไมเคิล แองเจลโล นอกซะจากว่าวันหนึ่งลุงประจักษ์จะเป็นศิลปินระดับโลกแห่งศตวรรต แต่มันก็จะเป็นรูปปั้นที่มีโด่งดังในโลกของแม่ เป็นประติมากรรมเดียวที่แม่กล้าบอกใครๆ ว่า "ฉันเข้าใจในที่มาของมันได้ดีกว่าใคร"

แม่รักลูกเสมอ
ถ้าถามว่าเสมออะไร
ก็ตอบได้ว่า "เสมอชีวิต"
...แม่






โดนแม่ปลุกให้มาเป็นนายแบบแต่เช้าเลยครับ



ลุงประจักษ์บอกว่านี่เป็นครั้งแรก ที่ปั้นเด็กตัวเล็กๆ 
ผมก็เลยบอกว่าลุงประจักษ์ไปว่า ผมเคยเป็นนายแบบ
ให้พ่อวาดรูปหลายครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกสำหรับนายแบบปั้น




แง...เมื่อยก้น แม่พาไปเดินเล่นหน่อย 



ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหน ก็มีแต่คนเชียร์มวยโอลิมปิค 
ที่ด้านล่างตึกคณะนั้น ทีวีขนาดสิบสี่นิ้ว มีคนมุงดูเกือบครึ่งร้อย
ช่างน่ารักจริงๆ
เย็นนี้มีชิงเหรียญทองทั้งสองรุ่น
น้องนนท์ขอเอาใจช่วยทั้งลุงมนัส และลุงสมจิตร นะครับ

Comment

Comment:

Tweet


ทาครีมกันแดดให้ลูกมั่ง ถึงอยู่ในบ้านก็เหอะ tongue