น้องสาวโทรมาแต่เช้า ถามว่าเราเป็นไงบ้าง
ตอบน้องไปสั้นๆ "ก็อ้วนดี..."
จากนั้นก็คุยกันเรื่องสตางค์น้อย
เริ่มจากน้องถามความเห็น "จะให้สตางค์เข้าโรงเรียนปีนี้เลยดีไหม"
ซึ่งเราก็ตอบแบบไม่ต้องคิดนานเลยว่า "อย่าเพิ่งเลย..."
เด็กที่ยังอายุไม่เต็มสามขวบดี ควรจะอยู่เรียนรู้ที่บ้านก่อน
ยังไม่ต้องรีบส่งเขาเข้าไปสู่สถานที่ที่มีแบบพิมพ์ให้เติบโต
และแม้น้องจะแย้งมาว่าเด็กบางคนนั้น แค่สองขวบครึ่ง พ่อแม่ก็ส่งเข้าโรงเรียนกันแล้วนะ
ในฐานะ "แม่" น้องคงกลัวลูกจะตามคนอื่นเขาไม่ทัน
หรือพูดง่ายๆ ตรงๆ ว่า "กลัวลูกจะโง่" นั่นเอง
"แต่เอ๋รู้ไหม คนที่ส่งลูกเข้าเรียนตั้งแต่สองขวบน่ะ ก็เพราะเขาไม่มีเวลาเลี้ยงเอง
เหมือนส่งไปให้คนอื่นช่วยเลี้ยงให้มากกว่า สักปีหน้าค่อยให้เข้า (เรียน) ก็ได้
ปีหน้า สตางค์ก็ยังไม่เต็มสี่ขวบดีด้วยซ้ำ ไม่ต้องกลัวจะโง่หรอก ตัวเล็กมันฉลาดจะตาย"
...ก็คุยกัน คุยๆๆ
จนได้ข้อสรุปอย่างไม่มีการขุ่นข้องหมองใจกันว่า
ปีนี้เจ้ากวางน้อยของเรา จะยังไม่ go to school
จากนั้น ก็เป็นเรื่องคุยนอกรอบ
"แล้วได้ถามสตางค์ไหม ว่าอยากไปโรงเรียนหรือเปล่า"
น้องตอบว่าถาม ถามว่าสตางค์อยากไปโรงเรียนไหมลูก
สตางค์ตอบว่าอยากไป แต่สักพักก็เงยหน้าขึ้น "แล้วแม่ไปด้วยไหมอะ"

เรื่องขำๆ ที่น้องเล่า :
เมื่อเจ้าตัวเล็กถูกตั้งกฏ "สตางค์ห้ามด่าคนอื่นนะลูก คำที่ไม่ดีน่ะ อย่าไปจำมา
ถ้าสตางค์ด่าให้แม่ได้ยินอีก แม่จะตี! เข้าใจมั้ย"
คนตัวเล็กพยักหน้า "เข้าใจ"
"ถ้าใครมาทำอะไรไม่ดีกับหนู แม่อนุญาตให้ว่าเขาว่า ใจร้าย"
คนตัวเล็กรับฟังและรับรู้ ดังนั้นเวลาที่ยายไม่ให้กินยาคูลย์ขวดที่สาม
(หลังจากที่กระดกจนหมดสองขวดแล้ว)
สตางค์ก็จะ "ใจร้าย..." แล้วก็ท่องอยู่นั่นแหละ "ใจร้าย...ใจร้าย..."
ซึ่งเจ้าตัวก็คงนึกแปลกใจว่าทำไมไม่มีใครรู้สึกสะทกสะท้านกับคำด่าของตัวเอง
จนไม่กี่วันมานี้
พี่นีน มาเล่นด้วยที่บ้าน เล่นไปเล่นมา เด็กสองคนก็เกิดการทะเลาะกัน
พี่นีนเอาของขว้าง สตางค์ลุกยืนชี้หน้าด่าพี่นีนทันที
"ไอ้....ด็อก!" ,
"ไอ้...บั๊ฟฟาโล่!"
เนื่องจากเรียนรู้ด้วยประสบการณ์แล้วว่า... คำว่า "ใจร้าย" ที่แม่สอนเอาไว้นั้น
ช่างเป็นคำที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะใช้ด่าคนอื่นเอาซะเลย
และในเมื่อด่าเป็นชื่อสัตว์ภาษาไทยแล้วจะโดนแม่ตี
คนตัวเล็กแต่เจ้าเล่ห์สูง ก็เลยด่า...เป็นภาษาอังกฤษ!
young Artist :


night and day
lisa ono