ริกะอยู่กินกับเคงโกะที่อพาร์ตเม้นต์มานานถึงแปดปี
แล้วอยู่ๆ เคงโกะก็ขอเลิก เพราะเขาได้ไปเจอกับฮานาโกะ
เคงโกะเจอฮานาโกะได้สามวัน
เขากลับมาบอกเลิกกับริกะ ผู้หญิงที่ใช้ชีวิตร่วมกันแม้ไม่ได้แต่งงานมาถึงแปดปี
ในความคิดของริกะนั้น...
สามวัน
แค่สามวันเท่านั้น เคงโกะก็ตัดสินใจแยกทางกับฉัน
และลงมือปฏิบัติจริงทันใด... โดยไม่ลังเลเลย

หล่น
เอคุนิ คาโอริ : เขียน
น้ำทิพย์ เมธเศรษฐ : แปล
สำนักพิมพ์ J Book
กำลังจะดูนอนดูหนัง SERAPHIM FALLS ที่เพิ่งเช่ามาด้วยกัน
แต่ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ของผู้ชายคนเดิม
ไม่ได้ตั้งใจแอบฟัง แต่เพราะพื้นที่ไม่ได้ถูกแยกส่วนกัน
และจนถึงวันนี้ หลายทีที่เรื่องส่วนตัวของคนหนึ่ง ก็คือเรื่องส่วนตัวของอีกคนหนึ่งด้วย
ผู้ชายที่โทรเข้ามา เป็นลูกศิษย์ที่จบไปแล้วหลายรุ่น และตอนนี้ก็ไปเป็นครูสอนศิลปะให้กับเด็ก ปวช. หากเรื่องที่เขาโทรมาขอคำปรึกษาจากผู้ชายคนเดิมนั้น ไม่ใช่เรื่องหน้าที่การงาน หากเป็นเรื่อง "ความรัก" --เขาเพิ่งบอกเลิกกับแฟน บอกเลิก...เพราะรู้สึกเหนื่อยเกินไปแล้ว
ความสัมพันธ์แบบคนรักที่ดำเนินมาประมาณหนึ่งปี มีเรื่องให้ต้องขัดใจกันตลอด ทะเลาะด้วยคำพูด ทะเลาะด้วยความคิด อีกคนเดินหนี อีกคนเดินตาม อีกคนตั้งเงื่อนไข อีกคนยินยอมไปอย่างงั้นๆ โดยเกือบทุกครั้งที่ผ่านมานั้นเมื่อทะเลาะ ผู้หญิงก็จะเป็นฝ่ายท้าเลิกอย่างเอาแต่ใจ และพอผู้ชายไม่ยอมเลิก ก็จะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถือไพ่เหนือกว่า แต่กับครั้งล่าสุดนี้ พอผู้หญิงท้าเลิกปุ๊บ ผู้ชายกลับยอมเลิกขึ้นมาจริงๆ และก็เป็นผู้หญิงที่กินไม่ได้ นอนไม่หลับมาสามวันเต็มๆ ผู้ชายยังคงห่วง แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อไม่มีความสุขแล้วที่จะรักกันต่อไป
เสียงผู้ชายคนเดิมพูดในตอนหนึ่งว่า "ผู้หญิงก็เป็นอย่างนี้แหละ เขาไม่ได้คิดถึงเหตุผลหรอก ใช้อารมณ์ ใช้ความรู้สึก บางครั้งเขาก็ต้องการเป็นฝ่ายควบคุมเกม"
และก็พูดอีกตอนหนึ่ง "เราก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่ายอมได้แค่ไหน ถ้ายังรักอยู่ ก็ต้องมานั่งคุยกัน หาจุดตรงกลางที่ต่างคนต่างยอมให้กันได้ ผมก็ไม่รู้จะแนะนำยังไง เรื่องแบบนี้มันตัดสินใจแทนกันไม่ได้ คนอื่นก็มองเห็นแค่ภายนอก อาจจะดูว่าเหมาะสมกันดีแล้ว แต่ในรายละเอียดต่างๆ นั้น ไม่มีใครรู้ดีเท่ากับคนสองคนหรอก"
และก็พูดอีกตอนหนึ่ง "ห่างกันสักพัก แล้วถ้ากลับมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ก็ดี จะได้ไม่เสียเวลานับหนึ่งใหม่กับคนอื่น แต่ถ้านั่งนิ่งๆ แล้วถามตัวเองจนแน่ใจแล้วว่ามันไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องปล่อยกันไป เดี๋ยวก็ทำใจได้เอง อย่างน้อยเราก็ได้เรียนรู้..."
และก็พูดอีกตอนหนึ่ง "ไม่ว่าใคร ก็ต้องเจอปัญหาเหมือนๆ กันนั่นล่ะ มองให้มันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีคู่ของใครเพอร์เฟ็กต์ อย่างคู่ผมเอง ก็ต้องมีข้อตกลงบางอย่างเหมือนกัน จะให้ผมเลิกกินเหล้าไปเลย ก็ไม่ได้ เพราะเราต้องออกไปคุยกับคนอื่น มีเรื่องงาน มีเรื่องที่มันอยู่นอกเหนือห้องประชุม แต่ผมก็ต้องกลับบ้านไม่เกินเที่ยงคืน มันเป็นสิ่งที่คุยกันไว้ ตกลงกันไว้"
ไม่บ่อย ที่ผู้ชายคนเดิมจะใช้โทรศัพท์นานหลายสิบนาทีขนาดนี้
หลายครั้งที่ "ความเป็นครู" ก็อยู่นอกเหนือห้องเรียน จะผิดจะถูก จะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ เมื่อเด็กนักเรียน (นักศึกษา) โทรมา ผู้ชายคนเดิมก็จะรับฟังเอาไว้หมด และบางทีก็หยิบยื่นกระทั่งเรื่องเงิน ในขณะที่เราเองไม่ได้มีอาชีพครู พอมาเจอเหตุการณ์ทำนองนี้ แรกๆ ก็ยากจะทำใจยอมรับที่ต้องถูกแบ่งปันเวลาส่วนตัวและเงินส่วนตัวไปให้กับใครอื่นอย่างไม่มีครั้งสิ้นสุด แต่มาเดี๋ยวนี้ ไม่รู้ว่าเพราะชินมากขึ้น หรือเพราะใจกว้างมากขึ้น
ในขณะที่ความรักของเราสองคนเริ่มอยู่ตัว ความสัมพันธ์เริ่มเป็นไปในทิศทางที่มั่นคงเสมอต้นเสมอปลาย ความรักของพระเอกนางเอกในหนังสือนิยายและความรักของคนรอบข้างหลายๆ คน กลับยังมีช่วงเริ่มรักสลับกับเลิกรา--หมุนเวียนเป็นวงกลม
ในวันที่เราสองคนนั่งฟังเพลงอกหักแล้วไม่อิน จึงอาจเป็นวันเดียวกับที่ใครบางคนที่เรารู้จัก กำลังนั่งฟังเพลงอกหักเพลงเดียวกันนั้น แล้วอินหนักกระทั่งไม่อาจทนฟังจนจบเพลง
หากชีวิต เป็นเรื่องของการค้นหา (ความหมาย)
และโดยส่วนตัวแล้ว เรามองว่าความรักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
สำหรับใครบางคน กว่าจะค้นหา "รักที่มั่นคง" เจอ
ก็อาจต้องก้าวผ่านคืนที่ยากจะข่มตาหลับลงเพียงลำพัง
...อีกหลายร้อยคืนทีเดียว
หมดแล้วหมดเลย
อินคา